ในยุคที่การแสวงหาความยุติธรรมมันช่างซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ซีรีส์ Pro Bono จาก tvN เพิ่งจบไปหมาดๆ ทิ้งไว้ให้เราได้ฉุกคิดถึงภูมิทัศน์ทางกฎหมายของเกาหลีแบบสุดๆ ไปเลยนะ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉากในห้องพิจารณาคดี แต่มันยังแกะกล่อง ‘Legal Tech’ ที่ควบคุมสังคมเรา เผยให้เห็นว่าแนวคิด ‘Pro Bono’ ที่ควรจะสูงส่ง กลับกลายเป็นเครื่องมือของผลประโยชน์องค์กรและกลไกอำนาจดิบๆ ได้ยังไง
คำว่า ‘Pro Bono’ มาจากภาษาละติน แปลว่า ‘เพื่อประโยชน์ส่วนรวม’ หมายถึงบริการทางกฎหมายที่ให้ฟรีแก่ผู้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์ มันเป็นหัวใจสำคัญของจริยธรรมนักกฎหมาย แต่ Pro Bono เรื่องนี้กลับพลิกมุมมอง เอาชั่วโมง Pro Bono ภาคบังคับของสำนักงานกฎหมายเกาหลีมาเป็นฉากดราม่า ซีรีส์พาเราไปสำรวจโลกที่ ‘ประโยชน์ส่วนรวม’ อาจเป็นแค่ฉากบังหน้า ‘ผลประโยชน์ส่วนตัว’ เผยให้เห็นช่องโหว่ในระบบที่ควรจะเป็นกลาง
คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเข้มข้นนี้คือ Moon Yu-seok (문유석) อดีตผู้พิพากษาที่ผันตัวมาเป็นนักเขียนชื่อดัง ผลงานก่อนหน้านี้อย่าง Miss Hammurabi และ Devil Judge ก็เจาะลึกเรื่องศีลธรรมในวงการยุติธรรมเหมือนกัน ใน Pro Bono Moon Yu-seok ใช้ประสบการณ์วงในของเขา นำเสนอภาพวงการกฎหมายที่ซับซ้อนและ ‘อัลกอริทึม’ อำนาจที่มักจะคลุมเครือ Pang Maak!
ซีรีส์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นิยามของ ‘ผลประโยชน์สาธารณะ’ เองก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ เราเห็นสำนักงานกฎหมายใช้การบริจาค Pro Bono ภาคบังคับของพวกเขา ไม่ใช่ในฐานะการทำเพื่อสังคม แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อ:
- ⚖️ เบี่ยงเบนความสนใจจากคดีองค์กรที่ทำกำไรมากกว่า แต่บ่อยครั้งก็ไม่ค่อยมีจริยธรรม
- 👨⚖️ ให้ทนายความรุ่นน้อง ‘หาประสบการณ์’ ภายใต้การแนะนำของรุ่นพี่ ซึ่งบางทีรุ่นพี่ก็คือ ‘ตัวร้าย’ ในโลกกฎหมายซะเอง
- 📈 ใช้ทีม Pro Bono เป็นกันชน เพื่อให้แผนกหลักที่ทำเงินของบริษัทไม่ต้องรับภาระ Fin เวอร์!
เรื่องนี้คล้ายกับซีรีส์กฎหมายเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง Esquire ที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทใหญ่ๆ มอง Pro Bono เป็นแค่การทำเครื่องหมายถูก มากกว่าที่จะเป็นการมุ่งมั่นเพื่อความยุติธรรม การนำเสนอความขัดแย้งภายในนี้มันเรียลจนน่าตกใจ

ซีรีส์แนะนำให้เรารู้จักคำศัพท์อย่าง ‘법 기술’ (beop gisul หรือ ‘Legal Techniques’) และ ‘법꾸라지’ (beop kkuraji ‘Legal Eels’) ซึ่งเป็นคำที่กำลังฮิตในสังคมเกาหลีช่วงนี้ นี่ไม่ใช่แค่ศัพท์ทางกฎหมาย แต่มันแสดงถึงการใช้กฎหมายอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เหมือนใช้เทคโนโลยี ที่ช่องโหว่ถูกนำมาใช้ด้วยความแม่นยำ ตัวเอกของเรื่อง อดีตผู้พิพากษาอัจฉริยะที่ผันตัวมาเป็นทนายความ Kang David (แสดงโดย Jung Kyung-ho) มักจะสู้ด้วยการใช้ ‘Legal Tech’ ของตัวเองเพื่อต่อต้านระบบความอยุติธรรมที่ฝังรากลึก อย่างไรก็ตาม แม้แต่ความสามารถของเขาก็ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่ยุติธรรมได้อย่างแท้จริง เผยให้เห็นความจริงอันขมขื่นว่า ผลลัพธ์ทางกฎหมายมักจะไม่ได้เกี่ยวกับศีลธรรม แต่เกี่ยวกับกลยุทธ์มากกว่า เราเห็นอิทธิพลของ:
- 🏛️ “Jeon-gwan-ye-u” (전관예우) การปฏิบัติเป็นพิเศษสำหรับอดีตเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่งผลต่อคำตัดสินอย่างละเอียด
- 🗣️ การบิดเบือนสื่อ และแคมเปญความคิดเห็นของประชาชนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของศาล
- 🤝 การล็อบบี้หลังฉาก โดยหน่วยงานที่มีอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแกนหลักของความยุติธรรม
ตอนจบกล้าที่จะเสนอโลกที่แม้แต่ผู้พิพากษาก็อาจถูกบงการ หรือแม้แต่จัดฉากคดี เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แย้มให้เห็น ‘ประตูหลังบ้าน’ ที่น่ากังวลในระบบกฎหมาย
ที่จุดสูงสุดของใยแมงมุมที่ซับซ้อนนี้คือ Oh Gyu-jang (แสดงโดยนักแสดงอาวุโส Kim Kap-soo) ผู้ก่อตั้งบริษัทกฎหมายยักษ์ใหญ่ในซีรีส์ เขาถูกเรียกว่า ‘Doctor’ มากกว่า ‘ทนายความ’ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงอิทธิพลอย่างลึกซึ้งของเขาทั่วทุกชนชั้นของสังคมเกาหลี Oh Gyu-jang เป็นตัวแทนของ ‘สถาปนิกระบบ’ ไม่ใช่ความยุติธรรม แต่อำนาจ บริษัทของเขาจ้างอดีตหัวหน้าผู้พิพากษา อัยการสูงสุด และนักเขียนบทความที่มีอิทธิพล สะท้อนถึง ‘เครือข่ายรุ่นพี่’ ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มักจะกำหนดผลลัพธ์ทางกฎหมาย เมื่อ Kang David ถามว่าเขาเป็นทนายความหรือนักล็อบบี้ Oh Gyu-jang ตอบอย่างเย็นชาว่า ‘ผู้ประสานงาน ใครบางคนต้องลงมือสกปรกเบื้องหลัง สำหรับคนที่อยู่บนเวที’ ประโยคนี้สรุปใจความสำคัญของซีรีส์: ผู้มีอำนาจไม่ได้แค่ชนะคดี พวกเขากำหนดระบบนิเวศทางกฎหมายทั้งหมด

ในฐานะผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรม Pro Bono บังคับให้เราพิจารณา ‘ซอร์สโค้ด’ ของระบบกฎหมายของเรา มันเป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังว่า นวัตกรรมที่แท้จริงในความยุติธรรม ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระบวนการที่เร็วขึ้น แต่เกี่ยวกับการรับประกันว่า ‘อัลกอริทึม’ พื้นฐานให้บริการความเท่าเทียมกันมากกว่าโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึก
ท้ายที่สุด Pro Bono ถามคำถามที่ลึกซึ้งว่า กรอบกฎหมายสามารถรักษายุติธรรมสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือที่ซับซ้อนที่ให้บริการผู้มีอำนาจ? ซีรีส์จบลงด้วยตอนจบแบบเปิด เสนอแสงแห่งความหวัง แต่ความประทับใจที่หลงเหลืออยู่คือ ‘จินตนาการ’ ความฝันของโลกที่ความยุติธรรมนั้นมืดบอด และการคุ้มครองที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายคือความเป็นจริงสากล ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยากลำบากสำหรับคนเพียงไม่กี่คน สำหรับหลายๆ คน สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการ ‘แสวงหาความสุข’ ยังคงเป็นเป้าหมายที่เข้าใจยาก ซึ่งพัวพันอยู่ใน ‘Legal Tech’ ที่ควรจะปกป้องมัน
Editor: Alex Kim 💻 (ติ่งซีรีส์เกาหลีนะจ๊ะ)













