Seoul, Korea – ค่ายเพลง K-Pop ยักษ์ใหญ่ SM Entertainment ได้เปิดตัวพิมพ์เขียวแห่งอนาคตที่ทะเยอทะยาน ‘SM NEXT 3.0’ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญหลังครบรอบ 30 ปี วิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ **20 มกราคม** โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบ ‘Multi-Creative’ โดยให้ความสำคัญกับศิลปินและบุคลากร พร้อมใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ำสมัย

นำเสนอโดย CEO ร่วม **Jang Cheol-hyuk** และ **Tak Young-jun** พร้อมด้วย CAO **Lee Sung-su** ‘SM NEXT 3.0’ สร้างขึ้นบนระบบ ‘SM 3.0’ ที่ประสบความสำเร็จในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่กระบวนการสร้างสรรค์ที่มีพลวัต โดยมีศิลปินเป็นศูนย์กลาง เสริมด้วยกลยุทธ์ IP ที่ได้รับการปรับปรุง การขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างจริงจัง และแนวทางการจัดการและการลงทุนที่เป็นนวัตกรรม
หัวใจสำคัญของการพัฒนาคือระบบ ‘Multi-Creative’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับศูนย์การผลิตแบบมัลติที่มีอยู่ 5 แห่ง CEO **Tak Young-jun** เน้นย้ำว่า “เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุทั้งการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงโดยให้ศิลปินเป็นศูนย์กลาง และสำรวจและมอบหมายผู้สร้างสรรค์ที่เหมาะสมที่สุด เมื่อโลกทัศน์ของศิลปินพัฒนาไป ไวยากรณ์ทางศิลปะใหม่ๆ ก็มีความจำเป็น เราจะสร้างทีมสร้างสรรค์ที่ปรับให้เหมาะสมกับเป้าหมายของโครงการอย่างยืดหยุ่น เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงของศิลปินเป็นไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด”
ท่ามกลางการประกาศที่รอคอยมากที่สุดคือการยืนยันอย่างเป็นทางการของการ**เปิดตัวบอยกรุ๊ปใหม่ในปี 2026**! บริษัทระบุว่าสมาชิกของทีมฝึกชาย **SMTR25** จะได้รับการพิจารณา โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยรายการวาไรตี้ชื่อ ‘Respond High School’ (응답하라 하이스쿨) ในช่วงต้นปีนี้

SM ยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ IP ระดับโลกที่ขยายตัว โดยมุ่งเน้นที่ความร่วมมืออย่างแข็งขันกับพันธมิตรท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง แผนรวมถึง:
- 🇨🇳 **China**: กำลังหารือกับ **Tencent Music Entertainment**.
- 🇹🇭 **Thailand**: ร่วมมือกับ **True**.
- 🇯🇵 **Japan**: มีส่วนร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นหลายราย
แนวทางที่เน้นท้องถิ่นนี้ เมื่อรวมกับความสามารถในการสร้างสรรค์ของ SM มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดที่ปรับให้เหมาะกับตลาดระดับภูมิภาค
เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดนตรีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น SM ได้สร้างระบบ A&R ที่ปรับให้เหมาะสมและเสริมสร้างการเข้าถึงทั่วโลกผ่านการทำงานร่วมกันที่เป็นประโยชน์กับบริษัทในเครือด้านการจัดจำหน่ายเพลง **KMR (Kreation Music Rights)** CAO **Lee Sung-su** เน้นย้ำถึงการเติบโตที่น่าประทับใจของ KMR:
- 🌍 **การขยายธุรกิจไปทั่วโลก**: KMR ได้ขยายธุรกิจจากเกาหลีและยุโรป โดยมีแผนที่จะเข้าสู่ **สหรัฐอเมริกาภายในปี 2025**.
- 🎶 **แคตตาล็อกที่กว้างขวาง**: มีนักแต่งเพลงมากกว่า **370 คน** ภายใต้สัญญาเฉพาะหรือสัญญาเผยแพร่ย่อย
- 📈 **คลังเพลงมากมาย**: ถือครองเพลง K-Pop หลักมากกว่า **7,000 เพลง**.
ความทะเยอทะยานของ SM สำหรับ KMR นั้นชัดเจน: เพื่อที่จะเป็น**บริษัทจัดจำหน่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในเอเชียภายในห้าปี** และสร้างชื่อเสียงให้เป็นศูนย์กลาง IP ระดับโลก
ในการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยี SM ยังได้เปิดเผยแผนการอัปเกรดระบบ A&R โดยใช้**เทคโนโลยี AI** ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพลงที่สะสมมาหลายหมื่นเพลงจาก **30 ปี** ที่ผ่านมา เพื่อแนะนำเพลงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับศิลปินและแฟนๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ที่เป็นนวัตกรรมอย่างแท้จริง

การปกป้องศิลปินและความพึงพอใจของแฟนๆ ยังคงมีความสำคัญสูงสุด CEO **Jang Cheol-hyuk** รายงานเกี่ยวกับความสำเร็จของ ‘KWANGYA 119’ ซึ่งจัดการ**รายงาน 300,000 ฉบับ** ในช่วงประมาณ **สองปี** ด้วย**อัตราการตอบกลับที่น่าประทับใจถึง 99.8%** เริ่มต้นปี **2026** SM วางแผนที่จะแบ่งปันข้อมูลอัปเดตรายไตรมาสเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายและรายงานให้กับแฟนๆ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการบริโภคของแฟนด้อมที่เปลี่ยนแปลงไป SM ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจและการลงทุน คอนเสิร์ตได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรม K-Pop โดยมีความพยายามที่จะเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์สำหรับฐานแฟนคลับในภูมิภาค บริษัทตั้งเป้าหมายให้ MD (สินค้า) ก้าวข้ามผลิตภัณฑ์ธรรมดาๆ กลายเป็นสื่อที่แฟนๆ สามารถสัมผัสโลกทัศน์ของศิลปินได้ นำเทรนด์และขยายไปสู่ **lifestyle MD** ผ่านความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม การรวม **DearU (Bubble)** ในฐานะบริษัทในเครือที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมสร้างการสื่อสารกับแฟนๆ มากยิ่งขึ้น โดยสัญญาว่าจะมอบประสบการณ์ K-content ที่หลากหลายผ่านความร่วมมือกับแพลตฟอร์มระดับโลก
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอนาคตคือการใช้ AI เชิงกลยุทธ์ CEO **Jang Cheol-hyuk** เน้นย้ำถึงความได้เปรียบของ SM ในการใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถทางเทคโนโลยี AI ของบริษัทแม่ Kakao โดยคาดว่าจะเกิดการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งที่จุดตัดของ K-Pop และ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว SM ยังวางแผนที่จะติดตาม**โอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ**ในอุตสาหกรรมเพลงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยใช้เงินทุนเพื่อเร่งการเติบโตอย่างแข็งขันมากกว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา
SM’s ‘NEXT 3.0’ ไม่ใช่แค่เพียงวิสัยทัศน์ แต่เป็นพิมพ์เขียวที่วางแผนไว้อย่างพิถีพิถันสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะกำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของอุตสาหกรรม K-Pop อย่างไม่ต้องสงสัย การบูรณาการ AI และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลกเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
CEO ร่วม **Jang Cheol-hyuk** และ **Tak Young-jun** กล่าวสรุปว่า “SM NEXT 3.0 คือการบรรลุการขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัดโดยการรวมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม และความคิดสร้างสรรค์ที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลางเข้ากับแก่นแท้ทางดนตรีที่ SM ทำได้ดีที่สุด” เราพร้อมที่จะได้เห็น SM Entertainment ตอกย้ำตำแหน่งในฐานะองค์กรชั้นนำระดับโลกผ่านการเติบโตที่แข็งแกร่งและการลงทุนเชิงกลยุทธ์
Editor: Alex Kim 💻













