การจับคู่กันของ Han So-hee และ Jeon Jong-seo ใน ‘Project Y’ คือทุกคนตั้งตารอมากแม่! เค้าว่ากันว่าเป็นหนัง thriller สุดมันส์ แต่พอดูจบแล้วมันซับซ้อนกว่าที่คิดไว้อีกนะแก มีทั้งเรื่องความทะเยอทะยาน การลงมือทำ แล้วก็ความสมดุลที่จำเป็นต่อความสำเร็จทางการตลาดด้วย
กำกับโดย Lee Hwan, ‘Project Y’ พาทุกคนดำดิ่งสู่โลกใต้ดินของเมืองใหญ่ เราตาม Mi-sun (Han So-hee) พนักงานบาร์โฮสเตส และ Do-kyung (Jeon Jong-seo) ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการขับรถรับจ้าง และค้ายา ทั้งสองคนอยากหนีจากชีวิตที่แสนจะลำบาก เลยพึ่งพากันเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ความหวังอันน้อยนิดของพวกเขาก็พังทลายลงเพราะโดนโกงเงินฝาก ทำให้พวกเขาตัดสินใจเสี่ยงอันตรายครั้งใหญ่: ขโมยเงินสดและทองคำจาก Boss Toh (Kim Sung-chul) ผู้ลึกลับ หนังตั้งคำถามว่าแผนการสุดบ้าระห่ำของพวกเขาจะนำไปสู่ทางออกที่แท้จริงได้ไหม?

ตั้งแต่ฉากเปิดตัว ความสวยของ Mi-sun และ Do-kyung ก็คือดาเมจแรงมากแม่! พวกเธอไม่ได้สวยแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเข้ากันได้ดีมากๆ บนจอ การร่วมงานกันของสองนักแสดงตัวท็อปสมคำร่ำลือจริงๆ ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยนะ

แต่ความปังในช่วงแรกนี้กลับรักษาไว้ไม่ได้นานขนาดนั้นอะแก ผู้กำกับ Lee Hwan ที่ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดความเปราะบางของมนุษย์ในหนังอินดี้อย่าง ‘Park Hwa-young’ และ ‘Adults Don’t Know’ พยายามจะเปลี่ยนสไตล์มาทำหนัง commercial แต่ดูเหมือนว่าจะเสียสมดุลไป การถ่ายทอดบรรยากาศในบาร์โฮสเตสคือโจ่งแจ้งเกินไป และไม่จำเป็นต้องมีขนาดนั้นเลย มันเกินเรต 15+ ไปหน่อย แล้วก็ดึงความสนใจไปจากเนื้อเรื่องหลักด้วย

- 📉 เนื้อเรื่องไม่ปะติดปะต่อ: ลำดับเหตุการณ์ในหนังเหมือนเป็น crisis ย่อยๆ มากกว่าจะเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกัน ถึงแม้จะมีตัวละครเยอะ แล้วก็มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นรอบตัว Mi-sun และ Do-kyung แต่ทุกอย่างมันไม่รวมกันเป็น message เดียวที่ impact พอ ทำให้คนดูงงว่า ‘Project Y’ มันเกี่ยวกับอะไรกันแน่ แล้วตัว ‘Y’ มันมีความหมายว่าอะไร?
- 🎭 โทนตัวละครไม่ consistent: ในขณะที่ Mi-sun และ Do-kyung ถูก portray ออกมาได้ค่อนข้าง realistic แต่ตัวละคร Hwangso (Jung Young-joo) คือหลุดไปจากเรื่องเลยจ้ะ ถึงแม้ Jung Young-joo จะทุ่มเทสุดตัว ถึงขั้นโกนหัวเพื่อบทนี้ แต่การแสดงที่โอเวอร์แอคติ้งของ Hwangso มันขัดกับโทนหนังที่ดิบเถื่อน ทำให้ความน่าสนใจของนักแสดงลดลง

ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดเรื่องเนื้อเรื่อง และโทนของหนัง แต่เคมีของสองนักแสดงนำคือดีงามมากแม่! Han So-hee ถ่ายทอดความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ของ Mi-sun ได้อย่างดีเยี่ยม ในขณะที่ Jeon Jong-seo ใส่พลังความโกรธดิบๆ และความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอดให้กับ Do-kyung ตอนที่สองคนนี้อยู่บนจอด้วยกัน หนังคือมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลย น่าเสียดายที่เรื่องราวโดยรวมไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก dynamic ของพวกเธอได้อย่างเต็มที่ ทำให้ประสบการณ์การดูหนังไม่สุดเท่าที่ควร

จากมุมมองของ industry แล้ว เรื่องนี้เป็น reminder ว่าการ casting ที่ดี และ star power อย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีเรื่องราวที่แข็งแกร่งด้วย เราเห็น innovation ทาง technology ช่วย amplify content บ่อยๆ แต่เรื่องนี้ foundation ของ product มันต้องการ engineering ที่แข็งแรงกว่านี้ เพื่อให้ match กับ component ที่คุณภาพสูง
สรุปแล้ว ‘Project Y’ ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของ Han So-hee และ Jeon Jong-seo ได้อย่างดี แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความสำเร็จในช่วงแรกให้กลายเป็นประสบการณ์การดูหนังที่ cohesive และ impact ได้ ผู้กำกับ Lee Hwan พยายามจะทำหนัง commercial แต่จุดแข็งของตัวเองกลายเป็นข้อจำกัดไปซะอย่างนั้น ทิ้งความดิบเถื่อนไว้ในจุดที่ต้องการ storytelling ที่ polished กว่านี้ Fin!
Editor: Alex Kim 💻













